คลิปกล้องหน้ารถแตงโม กระติกคุยกับ โบ ทีเค..(คลิป)

วันที่ 13 เม.ย. 65 กรณีบังแจ็คได้มีการแคปภาพนิ่ง โดยเป็นลักษณะภาพกลางคืน เห็นลักษณะกำแพงคล้ายกับทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นทางเข้าหมู่บ้านของแตงโม โดยคลิปดังกล่าวเป็นคำยืนยันจากเจ้าตัวว่าเป็นคลิปจากกล้องหน้ารถในคืนวันเกิดเหตุ ที่กระติกและโ ทีเค นำรถไปจอดคืนในหมู่บ้านนั้น

บังแจ็ค บอกว่า ก่อนหน้านี้ตัวเองได้เปิดประเด็นตำรวจรับเงิน 150 ล้านบาท และเรื่องผ้าคล้ายของคุณแตงโมที่ยังไม่รู้ว่าเป็นผ้าจริงหรือผ้าปลอม ซึ่งทาง ส.ส.เต้ จะเอาไปตรวจสอบ แต่เรื่องกล้องหน้ารถนี้ ทางทนายกฤษณะเป็นคนที่รับรู้ เพราะก่อนหน้านี้ได้วิดีโอคอลหา และเปิดให้ฟังไปแล้วว่ามันคือกล้องหน้ารถของคุณแตงโมของจริง แต่ยังไม่ได้ส่งไปให้ ซึ่งทาง ส.ส.เต้ ก็รับรู้

ที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ เพื่อให้เขารับรู้ว่าตอนที่คนที่ออกมาโจมตีตัวเองหรือทำตัวผิดปกติ จึงอยากให้รับรู้ว่าภาพกล้องหน้ารถนี้ตัวเองเคยส่งให้กับตำรวจจริง ๆ และอยากให้เขารับรู้ว่าตัวเองมีหลักฐานนี้จริง ๆ แต่ที่ไม่เปิดเผย เพราะต้องการรอให้ตำรวจสรุปคดีก่อน ตัวเองถึงจะมอบให้ดีเอสไอทีเดียว ส่วนเรื่องเสียงจากกล้องหน้ารถนี้ ให้ไปถามที่ทนายกฤษณะได้เลยว่ามันเป็นอย่างไร

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากแม่ของนางสาวแตงโม เปิดเผยว่า จากคลิปดังกล่าวตนเองดูแล้วไม่น่าจะมีความสำคัญ เพราะอย่าลืมว่าภาพที่เห็นเป็นเพียงแค่คลิปกล้องหน้ารถ ที่ไม่สามารถยืนยันวันและเวลาหรือรายละเอียดประกอบได้ โดยเทียบจากกล้องรถทั่วไป ใครขับเข้าไปก็สามารถบันทึกเหตุการณ์ได้เหมือนกัน หรือแนะนำให้ทีมข่าวลงเข้าไปสำรวจดู ซึ่งทุกอย่างก็เหมือนเดิม แต่อย่าลืมว่าในสำนวนนี้แปลว่าตำรวจจะมีกล้องหน้ารถ แต่ก็เป็นหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดี ซึ่งตนเองเป็นทนายความ ยังไม่มีหน้าที่หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะนำออกมาเก็บไว้ได้

ทำไมบังแจ็คเป็นใครมาจากไหน ถึงนำคลิปออกมาเผยแพร่ได้ ฉะนั้นตนเองจึงเชื่อว่าคลิปดังกล่าวไม่ได้เป็นมูลความจริง แต่เกิดจากมุมกล้องหน้ารถคันอื่นที่มีการถ่ายติดทางเข้าหมู่บ้านเท่านั้น

ส่วนตัวจนถึงวันนี้แล้วก็ยังไม่มีอะไรที่จะฝากถึงบังแจ็ค และไม่รู้ว่าจะสอน หรือสั่งห้ามอย่างไรดี เพราะอย่าลืมว่าที่ผ่านมาเคยเตือนแล้ว แต่ก็ไม่ฟัง ดังนั้นก็ต้องว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยทางด้านของทนายตั้มได้มีการแจ้งความดำเนินเอาผิดบังแจ็ค 30 กรรม หรือ 30 คดี และยังทราบเพิ่มเติมอีกว่า หนุ่ม กรรชัย ก็ยังมีการแจ้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา ดังนั้นเจ้าตัวรวมแล้วมี 32 คดี ในตอนนี้ ซึ่งหากเดินทางมาไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า ก็ถูกล็อกตัวที่ท่าอากาศยาน แค่นี้ก็คงเพียงพอสำหรับการเอาผิดคนอย่างบังแจ็คแล้ว

ทีมข่าวจึงได้มีการย้อนลงพื้นที่กลับไปยังหมู่บ้านดังกล่าว สำรวจว่าลักษณะตามภาพตรงกับทางเข้าหมู่บ้านหรือไม่ เพราะในภาพจะสังเกตเห็นว่ามีราวคล้ายสะพานฝั่งซ้าย และมีแถบเครื่องหมายจราจรสีขาว-แดง และมีกรวยอยู่บริเวณฝั่งขวาของมุมกล้อง แต่ด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นกลางคืน ทำให้อาจแยกสิ่งก่อสร้างได้ยาก

ทีมข่าวได้มีการเก็บภาพสำรวจเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ปรากฏว่าหากมีการเทียบตามภาพของบังแจ็ค ค่อนข้างมีความใกล้เคียง อาจจะเป็นในเฟรมภาพเดียวกัน เพราะเนื่องจากฝั่งซ้ายมีลักษณะคล้ายสะพานตามภาพของบังแจ็ค และตำแหน่งของดวงไฟก็จะเห็นว่ามีเสาไฟส่องสว่างติดตั้งอยู่ ส่วนบริเวณฝั่งขวาของมุมกล้องมีลักษณะเป็นกรวยยาง มีความใกล้เคียงกัน ทีมข่าวได้นำภาพไปสอบถาม คำยืนยันจาก พนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ซึ่งจากภาพดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นภาพกลางคืน แต่ในฐานะที่ปฏิบัติงานและอยู่เวรประจำจุดทางเข้าบ่อยครั้ง จึงยืนยันชัดเจนว่าเป็นจุดเดียวกัน

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีที่บังแจ็คออกมาอ้างว่ามีภาพกล้องหน้ารถ ตนเองก็เพิ่งเห็นจากโพสต์ของบังแจ็ค ส่วนจะเป็นของจริงหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็น ส่วนกล้องที่ทนายกฤษณะพูดถึงก็ไม่ทราบว่าเป็นอันเดียวกันหรือไม่ เพราะทนายกฤษณะนำไปมอบให้ตำรวจตั้งเเต่สมัยยังเป็นทนายความให้คุณเเม่เเตงโม ไม่เคยเอามาให้ตนดู

จากการตรวจสอบวงจรปิดที่อู่เรือที่เกิดเหตุ พบว่าระยะเวลาเดินทางของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หากจะขับกลับเข้ามาที่บ้านของแตงโม พบว่าใช้เวลาประมาณ 23 นาที ซึ่งตามที่บังแจ็คอ้างว่ามีคลิปดังกล่าวความยาวประมาณ 16 นาที

คลิป

 

 

ขอบคุณ ภาพและข่าวจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*