บทเรียนโควิด เมียนมา พบเป็นสายพันธุ์ G แพร่ได้เร็ว ศ.นพ.ประสิทธิ์ ขออย่าปกปิดข้อมูล

151

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยกล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเวลานี้ของประเทศไทยยังถือว่าดีและสามารถป้องกันได้มากกว่าประเทศโดยรอบ ซึ่งประเทศที่น่ากังวลคือเมียนมา โดยเฉพาะในพื้นที่แถบรัฐยะไข่ ถือว่ามีความเข้มข้นในการกระจายตัวของเชื้อสูงมาก สาเหตุการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมียนมา เกิดจากการเคลื่อนย้ายของประชาชนโดยไม่มีการควบคุมที่ดี โดยตัวเลขเมื่อ 10-20 ส.ค. มีคนเดินทางจากเมืองสิตตะเว เข้ากรุงย่างกุ้งประมาณ 5,000 คน แต่ติดตามสืบสวนได้น้อยกว่า 50% เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวดเร็วทำให้ยากต่อการติดตามสืบสวน และประมาณ 60% ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเมียนมาเป็นเชื้อสายพันธุ์ G614 ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์กับเชื้อที่เกิดในอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เรียกว่า D614

สายพันธุ์ G614 เป็นสายพันธุ์ที่เริ่มระบาดในประเทศทางฝั่งตะวันตกของโลก และตอนนี้กลายไปสายพันธุ์ที่แพร่กระจายมากที่สุดทั่วโลก ซึ่งมีหลักฐานว่า G614 แพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม (D614) ส่งผลให้การควบคุมและการติดตามสืบสวนผู้ติดเชื้อต้องดำเนินการให้เร็วกว่าการแพร่ระบาดในรอบแรก เพราะหากทำได้ช้าจะเป็นเหมือนเมียนมาที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 200 เท่าในช่วง 3 เดือนเท่านั้น โดยเมื่อ 17 ส.ค. มีจำนวนผู้ป่วยเพียง 409 คน แต่พอ 6 ธ.ค. มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19ในเมียนมาพุ่งสูงถึง 99,155 คน

ดังนั้น หากคนที่ไปประเทศเมียนมาในเวลานี้แล้วกลับเข้ามาไทยโดยไม่เปิดเผยข้อมูล จะทำให้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่นำเชื้อไปให้บุคคลในครอบครัวสังคมไทย และหากเรามีตัวเลขผู้ติดเชื้อเหมือนกับในประเทศเมียนมาก็คงจะยากต่อการลดจำนวนผู้ติดเชื้อ” ตอนนี้อยากให้ทุกคน ทุกฝ่าย ช่วยกันดูแลและให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะในช่วงปีใหม่ยังอยากเห็นคนไทยเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้ได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าไม่ช่วยกันควบคุมคงจะเป็นอีก 1 ปี ที่เทศกาลปีใหม่ไม่มีความสุข

ยิ่งในช่วงเวลานี้เข้าสู่หน้าหนาว ยิ่งเพิ่มปัจจัยความเสี่ยงในการกระจายตัวของเชื้อโรคได้มากขึ้น ณ เวลานี้ที่เห็นชัดเจนมีอยู่ 3 ปัจจัย คือ

1.อากาศที่เย็นลงจะทำให้สภาพอากาศปิดมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่อยู่ตามตึกสูงต่าง ๆ เมื่ออากาศเย็นหรืออากาศปิดตัวลง ก็มักจะปิดประตูหน้าต่าง อากาศภายในห้องที่อยู่จะถ่ายเทได้ยาก ผู้คนจึงละเลยการสวมใส่หน้ากากอนามัยลักษณะเช่นนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้น

2.พื้นที่ชายขอบที่อยู่ติดกับประเทศไทย เนื่องจากเวลานี้สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเมียนมาและมาเลเซียที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และจากข้อมูลพบว่ามีคนในประเทศเหล่านี้พยายามที่จะลักลอบเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อเข้ามาทำงาน ตรงนี้ยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์โควิด ในประเทศน่าห่วงมากยิ่งขึ้น เพราะเกรงว่าลักษณะการแพร่ระบาดจะเหมือนกับกลุ่มคนที่ลักลอบมาจากท่าขี้เหล็ก

3.การชุมนุมภายในประเทศส่วนตัวขอยืนยันว่าไม่มีความต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการเมืองและเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการเรียกร้องและการแสดงออกแต่เวลานี้เป็นช่วงเวลาในลักษณะที่ประเทศไทยย้อนกลับไปเหมือนช่วงที่มีการระบาดประมาณเดือนมีนาคมและเมษายน คือเป็นช่วง เวลาที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าใครมีเชื้ออยู่ในร่างกายบ้าง การรวมตัวกันทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงเวลาแบบนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ถ้าหากเป็น ไปได้ขอให้เลี่ยงหรืองดการรวมตัวของกิจกรรมในช่วงเวลานี้ไปก่อน

สิ่งสำคัญที่คนในประเทศไทยควรกลับมาให้ความสำคัญในเวลานี้คือต้องกลับมาตั้งการ์ดให้สูงขึ้น ในช่วงเวลาที่วัคซีนยังไม่มีความแน่นอนว่าจะได้มาเมื่อไหร่และประเทศไทยตอนนี้เข้าสู่ภาวะที่น่ากังวลเพราะโรคไม่มีการแสดงออก และไม่สามารถคาดการณ์หรือชี้ชัดได้ว่าคนที่เดินไปมาผ่านเราในแต่ละวันจะมีใครติดเชื้อหรือไม่ สิ่งที่สามารถป้องกันและทุกคนทำได้ดีที่สุดในเวลานี้คือการป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ หากทำได้เป็นนิสัยเหล่านี้จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้มากถึงร้อยละ 80 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าวัคซีนที่บางบริษัทผลิตได้ในเวลานี้อีก

ส่วนความคืบหน้าการผลิตวัคซีน โควิด-19 ในส่วนของประเทศไทยยืนยันว่าประเทศไทยมีวัคซีนแน่ๆ แต่ยังไม่ใช่เร็วๆนี้ แต่ประเทศไทยโชคดีที่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าบริษัทผู้ผลิตชีวภัณฑ์ชั้นนำสัญชาติ อังกฤษ-สวีเดนได้ลงนามร่วมกับไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขที่จะซื้อขาย และให้ความรู้เรื่องการผลิตวัคซีนกับไทย หากแอสตร้าเซนเนก้า ส่งข้อมูลการผลิตมาให้ใทยเมื่อไหร่ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เอสซีจี ก็จะสามารถลงมือเริ่มผลิตได้ทันที แต่ต้องรออีกอย่างน้อย 4 เดือน จึงจะได้วัคซีนและพร้อมทดลองใช้ เบื้องต้นในเวลานี้คาดการณ์ว่าประเทศไทยน่าจะมีวัคซีน โควิด-19 ใช้ได้เป็นครั้งแรกประมาณเดือนพฤษภาคมปีหน้า (2564)

ส่วนการติดเชื้อในช่วงเวลานี้ ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นการระบาดรอบ 2 ยังไม่มีตัวเลขการติดเชื้อภายในประเทศที่สูง จนใช้คำศัพท์ดังกล่าว แต่อัตราการกระจายตัวของเชื้อมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงมากขึ้นยังคงอยากให้ป้องกันตัวเองจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด.

You might also like